ข้อเสนอแนะจากพื้นที่
เวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ “การบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ” โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาพื้นที่มรดกโลก
การบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการอนุรักษ์ แต่ยังเป็นเรื่องของการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งในมิติของชุมชน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเวทีประชุมครั้งนี้ได้รวบรวมข้อเสนอแนะจากภาคพื้นที่เพื่อสะท้อนปัญหา อุปสรรค และแนวทางปรับปรุง ดังนี้
1. ขาดยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
องค์กรที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถกำหนดทิศทางการทำงานให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ ทำให้การดำเนินงานขาดความต่อเนื่องและเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน
2. การสนับสนุนงานวิจัยและองค์ความรู้ยังไม่เพียงพองานวิจัยและการวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งการเปรียบเทียบป่าภายในประเทศและต่างประเทศยังมีน้อย รวมถึงการส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่คนรุ่นใหม่ผ่านตำรา การฝึกอบรม หรือกิจกรรมการเรียนรู้ยังไม่ทั่วถึง
3. กฎหมายกลายเป็นข้อจำกัดมากกว่ากรอบสนับสนุน
ประกาศ กฎกระทรวง และระเบียบต่างๆ มีจำนวนมากและซับซ้อน จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของชุมชนและเจ้าหน้าที่ จำเป็นต้องมีการทบทวนและปรับปรุงให้เอื้อต่อการปฏิบัติจริง
4. การพัฒนาไม่สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานและงบประมาณ
เมื่อพื้นที่ป่าไม่ได้เป็นที่พึ่งพาของประชาชนในพื้นที่ และการพัฒนามีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงควรมีการวางแผนและวิจัยที่สอดรับกับแผนพัฒนาประเทศในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการทำงานเฉพาะหน้าตามรอบงบประมาณ
5. ปัญหาป่าเอกชนหลังสิ้นสุดสัมปทานปลูกยูคาลิปตัส ป่ายูคาลิปตัสไม่ได้เอื้อต่อระบบนิเวศอย่างแท้จริง จึงควรมีการพิจารณาว่าหลังสิ้นสัมปทานควรปรับพื้นที่ไปสู่ป่าธรรมชาติหรือรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
6. การจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า
ปัญหาช้าง หมี หรือเสือที่ทำร้ายมนุษย์ เป็นความท้าทายสำคัญ จึงควรหาวิธีบริหารจัดการที่มีทั้งเหตุผลและความเมตตา เพื่อให้ทั้งคนและสัตว์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล
7. ทำให้ป่าเป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างรอบด้าน
ป่าควรสร้างคุณค่าแก่ชุมชน ทั้งในด้านวิถีชีวิต การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ แต่หากกฎหมายและองค์กรปัจจุบันยังมีข้อจำกัด ควรพิจารณาจัดตั้งองค์กรใหม่ที่ทันสมัย มีข้อมูลครบถ้วน และสามารถสื่อสารต่อสาธารณะได้อย่างโปร่งใส


