ถิ่นผาแดง แหล่งน้ำร้อยรู ดูผีเสื้อดงใหญ่ ใหว้พระวัดเขากระเจียว เที่ยวหาดลำนางรอง
วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
ข้อจำกัดเสนอ จาก ลำนางรองประเด็นข้อจำกัด
ประเด็นข้อจำกัด
1. วิธีจัดซื้อจัดจ้าง ต้องให้สามารถ รวม ศูนย์เพื่อให้สอดรับกับครัวกลางและเปิดกว้างให้วิสาหกิจสามารถดำเนินการได้ให้นิติบุคคลได้บุคคลธรรมดาได้
2. โครงสร้างของ สภาอาหาร ชุมชน ไม่มีระเบียบรองรับ ศูนย์กระจายสินค้า ยังไม่สามารถ ตั้ง งบประมาณจ่าย และใช้สอย ได้โดยตรง เพราะไม่มีที่อื่นเขาทำ วิสาหกิจเองก็เช่นกันในทางปฏิบัติเข้าจริงๆ ไม่มีกลุ่มไหนเข้มแข็งพอ ที่จะให้ท้องถิ่นอุดหนุนได้ หรือไม่กล้าอุดหนุน ในทางปฏิบัติ
3. การขับเคลื่อนไปพร้อมๆกับโรงเรียนในพื้นที่ สพฐ กับชุมชน เราไม่สามารถ อุดหนุนโรงเรียนได้ จัดทำโครงสร้างงบลงทุน หรือแม้แต่เครื่องกรองน้ำ ก็ทำไม่ได้ แนวทาง วัดบ้านโรงเรียน จึงไม่ได้เกิดขึ้นจริง ในทางปฏิบัติ
4. การกระจายอำนาจแท้จริงนั้นไม่ได้เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง งบประมาณ อาหารกลางวัน ก็แค่ทางผ่าน เรื่องนมเกษตรกรในพื้นที่ไม่ได้ประโยชน์ ต้องรอใบแจ้งจัดสรรว่าผู้ใดจะส่งนม จึงสามารถดำเนินการได้ แม้แต่แหล่งน้ำ โครงสร้างพื้นฐานก็มักเป็นงบประมาณเฉพาะกิจ แหล่งน้ำก็เป็นคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ กรรมการน้ำภูมิภาค และกรรมการระดับจังหวัด หากองคาพยพ ทั้งงบประมาณรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สามารถเอื้อ เกษตรกรในพื้นที่ ให้เข้มแข็ง สามารถเอื้อให้ท้องถิ่นได้เข้มแข็ง ในทุกๆด้าน เชื่อว่า GDP น่าจะเพิ่ม อย่างน้อย 1%
5. ส่วนงานเกษตร และปศุสัตว์ มีลักษณะฉาบฉวย และไม่ได้ร่วม กับท้องถิ่นอย่างแท้จริง ต่างคนต่างทำ ท้องถิ่น ไม่สามารถทำได้ในหลายด้าน เช่นตลาดโคกระบือ โรงฆ่าสัตว์ เพราะการถ่ายโอน การกระจายอำนาจ ยังไม่ชัดเจน และองค์ความรู้ของท้องถิ่น ด้านเกษตรปศุสัตว์ และอำนาจก็ไม่เพียงพอ ในบทบาทหน้าที่
6. กิจกรรมเชิงพาณิชย์ ในพื้นที่ หากอบตไม่ขับเคลื่อน ก็ยากที่ชาวบ้านจะดำเนินการเองได้ และกรอบของบทบาทหน้าที่ ควรจะมีมากกว่านี้ และ การมีส่วนร่วม ของหอการค้า และพาณิชย์จังหวัด น่าจะมีส่วนบูรณาการมากขึ้น
7. โครงการอาหารกลางวัน ควรจะมอบให้ท้องถิ่น จัดการอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ส่งผ่าน ให้คุณครู และโรงเรียน เป็นคุณครูมืออาชีพ แยกการบริหาร โดยเฉพาะ เรื่องอาหารและโภชนาการ ออกมาอย่างชัดเจน ให้ท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพ
8. ควรจัดให้มี สภาอาหาร ระดับท้องถิ่น ในแต่ละอำเภอ
9. ควรปรับมาตรฐาน การรับรอง ทั้งด้านเกษตร ด้านอาหารและโภชนาการ ให้มีเกรดและระดับ เพื่อ สอดรับกับคุณภาพที่ตั้งธงไว้ และท้องถิ่นสามารถปฏิบัติได้ อย่างน้อยก็นับหนึ่งไปก่อน เพื่อจะได้รู้ ว่า เราอยู่นะ จุดไหน คุณภาพเป็นอย่างไร กระทบผู้บริโภคแค่ไหน
10. ฝ่ายปกครอง ต้องปรับการทำงาน เรื่องการขับเคลื่อน แนวนโยบาย ควรฟังท้องถิ่น ส่วนฝ่ายปกครอง ก็กำกับ บัญชาการสายงานให้สอดรับ
11. ควรจะ มีคำสั่งให้ชัดเจน ว่าหน่วยงานไหน กลไกอะไร ในการตรวจสอบ ระบบอาหาร ในโรงเรียน สพฐ ส่วนท้องถิ่นอบต มีหลายหน่วยงาน เช่น คณะกรรมการท้องถิ่นจังหวัด สตง ปปท ปปช
วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568
คนไทยทำไมต้อง "พอเพียง"
ถนนสายลำนางรอง "348"
แล้ว แต่กว่าจะเป็นถนนเส้นนี้ได้ก็ต้องสูญเสียทั้งผู้คนราษฎร,เจ้าหน้าที่,เครื่องจักร เป็นจำนวนมาก แต่สิ่ง
ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของถนนเส้นนี้ก็คือ "ช่องเขาตะโก" จุดที่เรียกว่าผาแดงในปัจจุบัน ซึ่งเป็น
ลักษณะช่องแคบ ด้านบนเป็นผาสูงเหมาะแก่การซุ่มยิง และโรยตัวมาดักปล้น ทำให้เกิดการปะทะและ
สูญเสียขึ้นบ่อยครั้ง จนเป็นที่มาของหมู่บ้านหนองเสม็ดและสถานีอนามัย ตอนนั้นชาวบ้านเริ่มเข้ามาอยู่
อาศัยกันพอสมควรแล้ว ราวสี่หมู่บ้าน(ป่าไม้,คลองโปร่ง,ลำนางรอง,โคกเพชร)ซึ่งหลายครั้งที่ชาวบ้านถูก
จับ ถูกปล้น กระทั้งถึงกับเผาหมู่บ้านกันทีเดียว(บ้านโคกเพชร) ผู้คนต่างแตกกระเจิงขึ้นมาพำนักที่บ้าน
ชาวบ้านเป็นจำนวนมากจนเป็นที่มาของการสร้างอนุเสาวรีย์เราสู้ในปัจจุบัน
ถนน บร.348 ถูกปิด 2 ครั้งครั้งแรกเกิดการบุกรุกตั้งหมู่บ้านในเขตป่าดงใหญ่ จนชาวบ้านในเขตพื้นที่
โดยเฉพาะบ้านหนองบอน และบ้านฐานเจ้าป่าต้องประท้วงขับไล่และปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ กระทั้งเกิด
การประท้วงปิดกันถนน 348 ขึ้นซึ่งหลังจากนั้นจึงนำมาซึ่งการตกลงถอยคนละก้าว มีเส้นแบ่งกันระหว่าง
ป่ากับบ้านหนองบอนเกิดขึ้น และยุบหมู่บ้านที่ตั้งอาศัยในเขตป่าดงใหญ่ออกซึ่งก็พอเห็นร่องรอยได้บ้าง
ตามกาลเวลา และครั้งที่สองเกิดขึ้นเมื่อมีการปักเขตอุทยานแห่งชาติแบบมัดมือชก ไม่มีชาวบ้านคนใดรู้
เห็นหรือทราบข่าวคราวล่วงหน้ามาก่อนเห็นแต่เพียงหลักคอนกรีตที่ระบุว่าเป็นเขตอุทยาทแห่งชาติฯวาง
เกลื่อนอยู่ข้างทาง จนเกิดการประท้วงเรียกร้องปิดถนน
ถนนสาย บร.348 เป็นถนนเส้นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และเป็นถนนสายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงระหว่างภาค
ตะวันออกและภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานตอนล่าง มีชายแดนติดประเทศเขมร และต่อไปยังประเทศลาว
ได้ใก้ลที่สุด ซึ่งทวีความสำคัญขึ้นทุกวันโดยเฉพาะนโยบายที่สำคัญของหลายรัฐบาล คือเขตเศรษฐกิจ
อาเซียนหรือ AEC อันเป็นส่วนสำคัญที่จะก้าวสู่ความเจริญยุค 4.0 ดูจากความหนาแน่นของการจราจร
ในช่วงปกติที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญอย่างวันหยุดปีใหม่,สงกรานต์ รถแทบไม่มีช่อง
จราจร ติดขัดจนกระทั้งทางอำเภอและท้องถิ่นต้องจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยกันเป็นประจำ จะเห็นได้
ชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีอุบัติเหตุที่ช่องเขาตะโก รอยต่อกับจังหวัดสระแก้ว รถจะตกค้างยาวเหยียดนับสิบ
กิโลเมตร ที่เป็นเช่นนั้นเพราะไม่มีเส้นทางอื่นที่ใกล้กว่า ไม่ว่าจะเป็นเส้นมิตรภาพ-สระบุรี,หรือโคราช-
จันทบุรี
แต่มาวันนี้ความเดือดร้อนของผู้คนในเขตสองข้างทางหรือ อำเภอโนนดินแดงทั้งอำเภอ ได้รับความ
ทุกข์ร้อนโดยเฉพาะจาก "ช้าง" ออกมาทำลายพืชผลที่ปลูกใว้ไม่เว้นแต่ละวัน แม้ว่าในป่าจะมีความ
สมบูรณ์อยู่มากก็ตามที่เป็นเช่นนั้นเพราะช้างมีจำนวนมากเหลือเกิน มันคงต้องมีผู้เกี่ยวข้องเอามาปล่อย
แน่ๆไม่เช่นนั้นมันคงไม่มากมายขนาดนี้ และช้างพวกนี้ไม่กลัวคน หากินตามบ้านแทบทุกวัน ทุกหมู่บ้าน
ต้องเจอหมด แต่มาบัดนี้มีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกความหลายหลายทางธรรมชาติ และเสนอให้
ยกเลิกการขยายถนนสายนี้โดยสิ้นเชิง แล้วความเดือดร้อนของผู้คนละที่ต้องขึ้นลงขนส่งสินค้าและ
สินค้าการเกษตรไปมาหาสู่กัน ที่ได้ทำประชาคมถามความจำเป็นซ้ำซาก และที่จะเป็นศูนย์กลาง AEC
ล่ะหากเป็นมนุษย์แล้วไม่รู้จักคำว่า "การพัฒนา" มันก็คงต้องถอยเข้าป่าไป เพราะไม่เข้าใจแนว
"นโยบายแห่งรัฐ" ไม่รู้จักพัฒนาการอยู่ร่วมกัน "คนกับป่า" คงไม่มีประโยชน์ถ้าเป็นมรดกโลกฯแบบไม่
เข้าใจ แก้ปัญหาแบบกำปั้นทุบดินปิดหูปิดตาประชาชน ระวังเมื่อวันหนึ่งมันระเบิดขึ้นมาปัญหาที่ปิดใว้
ตัวใครก็ตัวมันละครับ
เลือกตั้งกันทีทำไมต้องมีซื้อเสียงขายสิทธิ์
วิถีชีวิต วิธีคิด
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเราหลงลืมรากเหง้าตัวเองดังโบราณท่านว่า "ตั้งใจเรียนขยันขยันๆนะลูกโตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคน" ฟังดูเรียบง่ายน่าเบื่อแต่นัยยะคืออะไรคนมีปัญญาต้องรู้ว่าวิธีสอนลูกคือการชี้ผลสัมฤทธิ์ให้เห็นชี้เป้าหมายให้ดูมีตัวอย่างข้างบ้านให้เห็นไม่ต้องเคี่ยวเข็ญให้ลำบาก เด็กมันขนขวายตั้งใจเรียนเอง แม้เมื่อก่อนหนทางทุรกันดารโรงเรียนห่างหมู่บ้านหลายกิโลเมตรบ้างก็เรียน
กับพระครูบวชเณร ความรู้ไม่เท่าไหร่หรอก เรียกว่าการอบรมและบ่มนิสัยไม่ใช่อบรมอย่างเดียวแล้วด่าว่าเราก็เห็น กับตา ว่าหลายคนได้ดีไปดูนายอำเภอ ปลัด ผู้ว่า มีแต่เด็กวัดกินข้าววัด ไปเรียนต่อก็อาศัยวัด ทั้งสิ้น ผมถึงว่าโครงสร้าง หมู่บ้านชนบท และวิธีคิด จำต้องเริ่มต้นที่วัด พูดง่ายๆนับหนึ่งที่วัด แต่วิธีคิด มันต้องได้ พระดีๆเดี๋ยวนี้หายาก ตั้งใจทำดีกันจังหาเงินเข้าวัด เมื่อสังคมเปลี่ยนแต่โครงสร้างรายได้ไม่เปลี่ยน มันก็เละสิครับ รัฐก็อุ้มเข้าไป เดี๋ยวก็เงินประชารัฐ เดี๋ยวก็ชิมช้อปใช้ เดี๋ยวก็เยียวยา Covid19
เมื่อสังคมเปลี่ยน บริบทต้องเปลี่ยนหรือไม่ เมื่อลืมตามาดูโลก เต็มไปด้วยข้อจำกัด ที่ผู้ใหญ่สร้างไว้ ประเทศที่เต็มไปด้วยใบอนุญาต ทำอะไรก็ต้อง ลงทะเบียน เมื่อเด็ก มันไปไม่ได้ เจอแต่ข้อจำกัด สังคมยุคใหม่ จึงเต็มไปด้วยปัญหา และก็ด่าว่าเด็ก ที่จริงแล้ว มันโลกคนละใบ รุ่นเราโตมา กับท้องไร่ท้องนา ชนบท แต่เด็กยุคใหม่ 2 ขวบ 3 ขวบ เล่นมือถือค้น Google เล่น YouTube แนะเราอีก สินค้าหาไม่เจอสั่งทางอินเตอร์เน็ตสิ วิสัยทัศน์มันคนละ อย่าง โลกของเด็ก ที่เต็มไปด้วย ข้อมูลและ โลกของดิจิตอล Application แต่กรอบ ที่ผู้ใหญ่ ตีไว้ มันชอบหรือยัง นั่นทำไม่ได้ นี่ก็ห้าม นุ่นก็กฎหมาย ไม่แปลกใจ ที่คนหัวซ้ายวัยรุ่น ขยับการเมือง แล้วได้ใจ เด็กรุ่นใหม่ๆ เพราะผู้ใหญ่พูดคนละภาษา อยู่คนละโลก หรือว่าใครไม่ทันใครกันแน่
บทความจากท้องถิ่น - "เมียฝรั่งโมเดล"
เมื่อพูดถึงคนอีสานเราจะรับรู้ได้ถึงความมีน้ำอดน้ำทน การกรำงานหนัก การอดทน
ดิ้นรนเอาตัวรอดบนสภาวะอันแห้งแล้งของแผ่นดินภาคอีสาน นอกจากวิถีชีวิตที่น่าทึ่งกว่า
ที่หลายคนเคยคิดเคยเข้าใจเอาเองไปต่างๆนาๆแล้วนั้น "เมียฝรั่ง" นับเป็นอีกส่วนหนึ่งใน
วิถีชีวิตของสาวอีสานที่หลายคนคงพอได้ยินมาบ้าง แล้วที่กล่าวมามันจะเกียวอะไรกับการ
บริหารงาน "ท้องถิ่น" เราจะได้บทเรียนอะไรกับสิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ได้สอนอะไรเราบ้าง
เราจะมาดู ผ่านใจที่เปิดกว้างและทัศนะคติที่เป็นบวกด้วยกัน
นโยบายแรกๆที่ถูกนำมาสื่อสารทำความเข้าใจเรื่องของวิธีคิด และวิถีชีวิต ตามแนว
ทางแบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่ออธิบายถึงวิธีคิด การทุ่มแททั้งกายและใจ เพื่อใช้เป็นตัว
แบบหรือกรณีศึกษาแรกๆที่ถูกนำมาขับเคลือนแนวนโยบายท้องถิ่น "เมียฝรั่งโมเดล"
มีอะไรน่าสนใจหรือจึงสามารถนำมาเป็นตัวแบบ หรือกรณีศึกษาเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย
ท้องถิ่น เพื่อความเข้าใจร่วมกันเรามาดูเรื่องราวและข้อเท็จริงในทางปฎิบัติกันว่าเขาทำกัน
อย่างไร กว่าจะมาเป็นเมียฝรั่งได้ และมีดีอะไรจึงมีค่านิยมเป็นที่แพร่หลาย
ในอดีตที่ผ่านมาวิถีชีวิตของคนอีสานนั้นมักอยู่ห่างไกลความเจริญ อยู่ในถิ่นธุรกัน
ดาล การศึกษาก็น้อยเนื่องจากความจำเป็นในการหาเลี้ยงชีพ และช่วยเหลือครอบครัว พอ
เมื่อพูดถึงใครได้ผัวเป็นฝรั่งมักจะมีภาพของความเป็นอยู่ที่สบายมีฐานะดีกว่าชาวบ้านเขา
โดยดูได้จากบ้านปูนแบบฝรั่ง บ้านที่สวยหรูเหมือนในเมืองเขามีกัน ส่วนผู้ที่เป็นพ่อแม่นั้น
ก็จะพลอยสบายไปด้วย เพราะเมียฝรั่งที่เป็นลูกสาวตนก็มักจะส่งเงินมาให้ใช้อย่างเหลือเฟือ
ทุกๆเดือน ส่วนเพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันก็ได้รับแรงบันดาลใจแบบเดียวกัน บาง
คนก็ถูกชักชวนโดยเพื่อนกัน ซึ่งเมื่อมีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในหัวใจแล้ว สาวอีสานในที่ยัง
ขาดประสบการณ์กลับไม่ย่อท้อต่อหนทางข้างหน้า ด้วยความรู้แค่ประถมศึกษาบ้านนอก
ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นพื้นฐานแรกๆที่จำเป็นไม่ต้องพูดถึงไม่กระดิก ด้วยใจที่แน่วแน่นางจึง
ไปหาหนังสือเก่าของน้องมาอ่าน หาดิกชันเนอรี่มาอ่าน ไปขอให้ครูในโรงเรียนช่วยสอน
หนูหน่อย หนูจะไปหาผัวฝรั่ง พอผ่านไปไม่กี่เดือนหลังเก็บเกียวแล้ว แม้จะยังไม่รู้เรื่อง
ภาษาอังกฤษ บางคนไม่มีกระทั้งเพื่อนฝูงพอเป็นแนวทางคอยแนะนำ ก็ไปออกเดินทาง
ด้วยเงินติดตัวอันน้อยนิด ตรงไปยังแหล่งที่มีฝรั่งพลุกพล่าน "พัทยา" ใช่แล้วที่อยู่ที่กินนั้น
ไม่อยากชักนิด เดินตรงไปหางานตามร้านค้าร้านรวงต่างๆถ้าหายากก็นหางานเป็นเด็ก
เสริฟอาหารตามร้านอาหาร เวลาผ่านไปไม่นานความมุ่งหวังความตั้งใจก็สำเร็จดังหวัง
เดินทางกลับบ้านพร้อมแฟนที่เป็นฝรั่งหัวแดง พร้อมมาลาไปต่างประเทศกับสามี เวลา
ผ่านไป บ้างก็ประสบความสำเร็จสุขสบายส่งเงินมาให้พ่อแม่ได้ใช้ได้สร้างบ้านสมใจ
บ้างก็ล้มเหลวหายสาปสูญไปเลยก็มี นี่เป็นเรื่องราวของ "เมียฝรั่ง" อย่างย่อๆ
แล้วเราได้อะไรจาก "เมียฝรั่งโมเดล" ประการแรกการมี เป้าหมายที่แน่วแน่ ไม่
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ประการที่สอง การแสวงหาองค์ความรู้ เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายโดย
ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค์แม้จะมีความรู้แค่ประถมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ตาม ประการที่สาม
การทุ่มแททั้งกายและใจที่เด็ดเดี่ยว พุ่งเข้าชนโดยไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไรทั้งที่ขาด
ซึ่งประสบการณ์และอายุก็ยังน้อยอยู่ ประการที่สี่ ไม่หลงลืมต้วกตัญญู่ต่อบิดามารดา ครอบ
ครัว ในวิถีชีวิตของคนธรรมดานั้นไม่ง่ายเลยที่จะประสบความสำเร็จ ทั้งที่ครอบ
ครัวไม่ได้รำรวย พื้นฐานทางบ้านก็ไม่ได้มีให้ ประการที่ห้า การเริ่มต้นบางอย่างอาจไม่สมบูรณ์
ติดขัดบ้างแต่ชีวิตต้องเดินหน้าค่อยๆหาทักษะความรู้แบบน้ำไม่เต็มแก้ว นี่จึงเป็นกรณีศึกษาที่
สำคัญยิ่งที่จะตอบใครหลายคนในแผ่นดินนี้ที่มุ่งหวังความสำเร็จโดยง่ายๆ หวังโชคลาภลอย ให้
พอได้ศึกษาได้ข้อคิดว่าเหตุใดความยิ่งใหญ่ของคนอีสานนั้นมายังไง และหากเป็นเวทีมวยไทย
เวทีลูกทุ่ง หรือกระทั่ง "เมียฝรั่ง" โมเดลนี้จึงยิ่งใหญ่และขาดคนอีสานไม่ได้สักที
การบริหารแนวทางสายกลางวิถีพุทธ (โสดาบันโมเดล)
การบริหารแนวทางสายกลางวิถีพุทธ (โสดาบันโมเดล)
1.
ศรัทธา
1.1
มีศรัทธาต่อองค์กร,วิสัยทัศน์และแนวนโยบายองค์กร
1.2
มีศัทธาต่อวิชาชีพ
(ทำการงานไม่เครียดคัด)
1.3
มีศัทธาต่อผู้ร่วมงานบุคคลในสายงาน,ทีมงาน
2.
ศีล
2.1
พูดถูกต้อง (วาจาดังหอกปาก)
2.2
ทำสิ่งที่ถูกต้อง
-
ยึดหลักคุณธรรม (สิ่งอันเป็นคุณประโยชน์ที่คนในสังคมองค์กรยอมรับ)
-
ยึดหลักจริยธรรม
(ข้อวัตรปฎิบัติที่ถูกต้องที่สังคมองค์กรรับได้)
-
เข้าใจและรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่อย่างเคร่งครัด
3.
สุตตะ
3.1
มีโลกทัศน์ที่เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น
3.2
อย่ายึดติด
เห็นว่าสิ่งนี้จริงสิ่งอื่นไม่
3.3
แสวงหาความรู้
สั่งสมภูมิปัญญาและความเชี่ยวชาญสม่ำเสมอ
4.
จาคะ
4.1
เป็นผู้ให้สิ่งที่ควรให้ แก่บุคคลที่สมควรไม่หวังสิ่งตอบแทน
4.2
เป็นผู้ควรแก่การให้และเป็นที่พึ่งพา
ต่อลูกน้องทีมงานและองค์กร
4.3
การทุ่มเทให้ลูกน้องทีมงานและองค์กรอย่างเต็มกำลังความสามารถ
5.
ปัญญา
5.1
เห็นถูกต้อง
เห็นภาพรวมและทิศทางองค์กรที่ถูกต้อง
5.2
คิดถูกต้อง รู้จักคิดวิเคราะห์
สังเคราะห์ เหตุที่มาของปัญหาและปัจจัยความสำเร็จ


