วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568

ทำไมต้องพรบ อาหารและโภชนาการ ชุมชน

 ทำไมต้องพรบ อาหารและโภชนาการ ชุมชน

     พูดถึงเรื่องอาหารการกินในวิถีชาวบ้านเป็นเรื่องใหญ่ แขกไปใครมา ก็มักถามเป็นเรื่องแรก กินข้าวหรือยัง การต้อนรับขับสู้ ที่สำคัญก็ไม่พ้นเรื่องของการกินเราต้องยอมรับว่า คนไทยนั้นเป็นวิถีของเกษตรกร เรื่อง ข้าวปลาอาหารนั้น ไม่ต้องห่วง มีอยู่ล้นเหลือตั้งแต่อดีตกาลมา ส่วนเรื่องของการปรุงนั้น นับเป็น Soft Power ที่สำคัญของคนไทยความลึกในวิถีการปรุงอาหาร การกินนั้นล้วนเต็มไปด้วยเมนูคุณภาพทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง หรือต้มข่าไก่ ที่ในระดับโลกต่างยกย่องว่าเป็นซุปที่ดีที่สุดในโลก และอาหารในระดับท้องถิ่น ที่เป็นภูมิปัญญา ในแต่ละภาคก็เช่นกัน

     ในยุคปัจจุบัน วิถี ชีวิตการทำมาหากินเปลี่ยนไป การทำงานก็เปลี่ยนไป การอยู่การกินล้วนยากลำบากขึ้น โลกของทุนนิยมบริโภคนิยม ต่างถาถมมา เมนูแต่ละอย่างก็ยากที่จะแยกแยะ ถึงพิษภัย โทษต่างๆของอาหารไม่ว่าจะเป็น เปรี้ยวจัดหวานจัดมันจัดเค็มจัด อาหารแปรรูป หลายๆชนิด ที่คนอายุรุ่นผม อาจตามไม่ทัน องค์ความรู้ด้านโภชนาการ ก็ไม่ได้มีมากนัก พอพูดถึงเด็กรุ่นหลังๆ ผมจำได้ครั้งหนึ่ง พาหลานที่มีวิถีอยู่ในกรุงเทพฯ ไปดูทุ่งนา ชนบท ผมนึกขึ้นได้ว่าเด็กรุ่นนี้อาจไม่รู้จัก ต้นข้าว ผมเลย บอกหลานว่าข้าวสวยที่กินทุกวันอยู่ในหม้อหุงข้าวก็คือ ท้องทุ่ง นี้แหละ ปรากฏว่าหลานหัวเราะขำกลิ้งส่ายหัวบอกไม่เชื่อ แม้แต่อุปกรณ์ในครัว เช่นกระต่าย เดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้จัก เด็กอีสาน หลายคนไม่รู้จักคีไฟ พอพูดถึง สภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน ตำบลที่ผมอยู่อาศัย ในฐานะที่ ทำงาน เกี่ยวข้อง กับ ท้องถิ่น ก็พบว่า มีเบาหวานความดันหรือที่เรียกว่าโรค ncd เต็มไปหมด ผมไปงานศพน่าจะเกิน 90% ของผู้วายชนม์มีจำนวนมากขึ้น อย่างอธิบายไม่ได้ ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ ตายด้วยโรค ncd ทั้งนั้น ในแต่ละปี อาจจะมีหมดอายุขัยเพียง 1-2 คนเท่านั้นสำหรับประชากร 11,000 คน มีผู้สูงอายุ 15% และผู้พิการอีก 5%

        สิ่งที่อยากถาม ก็คือว่า แล้วยังไง ใครรับผิดชอบ หรือนี่คือยะถากรรม ประชุมครม. นัดแรก ดีใจที่มีมติ เรื่อง Soft Power เราบอกว่า ประเทศไทยจะเป็นครัวโลก เราคือหนึ่งใน 22 ประเทศ ทั้งโลก เป็นผู้ส่งออกอาหาร ในระดับโลก เรามีนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยลาว 12.4 ล้านคน ถ้า คิดเป็นกินข้าว คงได้ราว 650 ตันต่อวัน ในแง่ของมาตรฐาน เรามีมาตรฐานอยในสินค้าสำเร็จรูป เรามีมาตรฐานอุตสาหกรรมในสินค้าเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ เรามีพรบเยอะแยะมากมาย ด้านสาธารณสุขเรามีพรบสาธารณสุข เรามีพรบอาหารและยา แต่เรายังไม่มีพรบอาหารและโภชนาการชุมชน เราไม่มีคำตอบ ถึงมาตรฐานของร้านอาหาร การปรุง อาหารในโรงแรม ผู้ประกอบการอาหาร ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอาหารในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เราบอกว่าเรากระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นหรืออปท ต้องถาม จริงหรือเปล่า ณวันนี้ ท้องถิ่นจะซื้อนม ต้องรอใบแจ้งจัดสรรจากเบื้องบน การจัดสรรนมล่าช้า สิ่งที่เรียกว่า แหล่งน้ำ ก็ มีหน่วยงาน กรมน้ำ กรมอุทกพัฒน์ กรมชล ต่างๆ ณปัจจุบันอาจตอบไม่ได้ว่าขอบเขตของการกระจายอำนาจนั้นท้องถิ่นมีอำนาจจริงๆหรือเปล่าแค่ไหนอย่างไร

         วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยนั้นไม่เหมือนฝรั่งมังค่า ที่จะมานั่งล้อมวงกันแชร์ปัญหา แบ่งความรับผิดชอบแล้วนำไปปฏิบัติ คนไทยมักถนัด ดูเขาทำ ฟังเขาพูด "กูว่าแล้ว" เป็นหลัก เป็นหลัก มิฉะนั้น สภาชุมชนอาหาร และโภชนาการ จึงยังไม่ได้ผลในทางปฏิบัติมากนัก สิ่งที่ได้ผลที่ผ่านมา และเป็นอยู่ ก็คือเรื่องของกฎหมายหรือพรบที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีหลักยึด ย่อมมีคำสั่งการมีแนวปฏิบัติ และการมอบหมายการกระจายความรับผิดชอบ การพัฒนา ก็เป็นไปตามกรอบที่ควรเมื่อมีประเด็นสั่งการแนวทางใหม่ ก็ขับเคลื่อนเป็นหลัก ด้วย ข้อกฎหมายพรบ เราไม่ได้พูดถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วและไม่เหมือน พรบอาหารและยา และไม่เหมือน พ.ร.บสาธารณสุข แต่เป็นพรบที่ รับผิดชอบ ต่อเด็ก ต่อนักเรียน ต่อวัดต่อชุมชน และมาตรฐานที่มองได้และเห็นชัดในเรื่องของอาหารและโภชนาการ เห็นต่างประเทศ เขาอยากขายยางรถยนต์ มิชลิน เขายังดั้นด้น สร้างมาตรฐานรับรอง อาหารมิชลิน เราที่กล่าวว่า เป็นครัวโลก มีรายได้หลัก เกือบ 30% จากการท่องเที่ยวเงินเข้าประเทศ แล้วยังไงล่ะครับ บ้านผม เขาไม่ถือว่าเป็นงานบุญนะครับ หากเจ้าภาพไม่มี


ช้างป่ากับชีวิตประชาชน

 ช้างป่า กับชีวิตประชาชน

    องค์การบริหารส่วนตำบลลำนางรองมีพื้นที่โดยประมาณ 271.9 ตารางกิโลเมตร พื้นที่อาศัยประมาณ 37.5 ตารางกิโลเมตร มีทั้งหมด 15 หมู่บ้าน ประชากรหมื่นกว่า มีการกระจายตัวของหมู่บ้านชุมชนอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ละ กลุ่มบ้านห่างกัน ทั้งหมดตั้งอยู่บนป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งทางทิศใต้เป็นอุทยานแห่งชาติตาพระยา ทางทิศตะวันออกเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามทิศตะวันตกเป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตัวอำเภอเองก็ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งหมดที่ว่านี้มีพรบที่เกี่ยวข้อง หลายฉบับ
     ในห้วงที่ผ่านมาหลายปี มีสัตว์ป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งช้าง ทำร้ายประชาชนจนเกิดการสูญเสีย และบาดเจ็บ ซึ่งก็มีเหตุผลมาจาก การทำมาหากิน รุกล้ำเข้าไปเขตป่าและการที่สัตว์ ออกหาอาหารใน เขตหมู่บ้าน ชุมชนที่ติดป่า และรวมทั้งปัญหาประชากรช้างที่มีจำนวนมากขึ้น ทุกปี ยังขาด การบริหารจัดการที่ดีพอ เพราะบุคลากรที่รับผิดชอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีอัตรากำลังและงบประมาณที่จำกัดเต็มที ที่ผ่านมาก็มีเสียชีวิต ราว 18 ราย บางปีก็หลายราย บางปีก็น้อยราย แต่ปัญหาอยู่ที่ ใครจะชดเชย ท้องถิ่นก็ช่วยดูแลส่วนหนึ่งในเรื่องของพืชผลทางการเกษตร ตามกรอบ อำนาจหน้าที่บางพื้นที่รุกล้ำไปในเขตป่าก็ไม่สามารถจ่ายได้ ส่วนค่าตอบแทนการเสียชีวิตไม่ต้องพูดถึง ทำได้ยากยิ่ง เพราะเหตุว่า พรบ. ป่าไม้ เขาก็ออกแบบมา ให้รองรับกับบทบาทหน้าที่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ก็ในเมื่อถูกตัดเย็บออกมา สำหรับเขา สำหรับการทำงาน ของเขา มันจึงไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เมื่อเกิดการสูญเสีย
     ที่ผ่านมา กฎหมายหรือพรบที่เกี่ยวข้อง ที่ให้อำนาจท้องถิ่น แบบจริงจังนั้นแทบไม่มี เราพูดถึงพรบกระจายอำนาจ แต่พอเข้าไปดูในแต่ละหัวข้อ ก็จะมีพรบเฉพาะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก บางอย่างเกินศักยภาพบางอย่างต้องรอกลไกคำสั่ง ในบทบาทของท้องถิ่นนั้นจะต่างจากหน่วยงานอื่น เพราะ ท้องถิ่น เอาทุกข์ยากความลำบากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง แล้วค่อยไปดูข้อจำกัดด้านกฎหมายและบทบาทหน้าที่ บางครั้งท้องถิ่นมีงบประมาณที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องยอมรับว่า เมืองไทย มีหลายหน่วยงานองค์กร กฎหมายถูกออกแบบ ให้มีลักษณะเฉพาะ หรืออำนาจ ในแนวดิ่ง เมื่อมาถึงระดับล่าง มันจึงใช้ไม่ได้ผลจริงแม้จะพยายามบูรณาการแล้วก็ตาม คงอาศัยได้เพียงหาช่องไปเท่านั้น
     หากจะแก้ปัญหาคนกับป่า ปัญหาช้าง หรือสัตว์ป่าทำร้ายผู้คน คงต้องเป็น มติ ระดับครม ตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง หลายส่วนทีเดียว เป้าหมายปลายทางก็คือ การ แก้ไขปัญหาดังกล่าว หรือเอา output เป็นตัวตั้ง แล้ว ติดขัด หลายพ.ร.บนั้น ต้องหาทางออก ทั้งในแง่ วิชาการ ในแง่ของ Big Data ในแง่ของ วิถีชุมชน ไม่ว่าจะเป็น ระเบียบกรมบัญชีกลางเรื่องการเบิกจ่าย พรบสัตว์ป่าและพันธุ์พืชพ.ร.บป่าไม้ พรบ ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย พรบการกระจายอำนาจ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แล้ว ค่อยโยงมา สู่การตั้งงบประมาณภารกิจที่เกี่ยวข้อง การติด GPS การ สร้าง App เพื่อให้ผู้ใหญ่ ผู้นำชุมชนได้รู้ความเคลื่อนไหวแจ้งเตือน ก่อนความเสียหายจะเกิดขึ้น หรือชีวิตของอาสาป้องกัน ช้าง ไม่เพียงแต่เรื่องของค่าจัดการศพแต่สวัสดิภาพสวัสดิการมีแค่ไหนอย่างไร ท้ายที่สุดทุกฝ่ายคงต้องยืนอยู่บน ข้อมูลพื้นฐานร่วมกัน วิถีชุมชน ที่คนกับป่า เคยอาศัยเกื้อกูลกัน อย่างสอดคล้องต้องกลับคืนมา เป็นสำคัญให้ได้ ขอเถอะครับ สิ่งที่จะเอื้อเกื้อกูลต่อทุกข์ยากความลำบากของพี่น้องประชาชนสั่งตัดได้ก็ทำเถอะครับ ตัดเย็บให้พวกเขา ให้สมกับที่ ท่านได้อาสาเข้ามา ช่วยเหลือประชาชนแล้ว

จากวิถี..สู่เชิงตะกอน

         วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ทั้งปัจจุบัน และในอดีตนั้นต่างมี จุดเด่นจุดด้อย มีจุดแข็ง และจุดอ่อน แตกต่างกัน อย่างเช่นในอดีตนั้น สารเคมีอาจจะไม่ได้จำเป็นการใช้ก็ยังไม่แพร่หลายมากนักวิถีชุมชนที่แข็งแรงเป็นเกราะป้องกันสืบทอดองค์ความรู้การปรุงหรือจุดแข็งของอาหารไทยสืบทอดลงมายังลูกหลานได้ดีกว่า เพราะกรอบของวิถีชีวิต วิธีคิดที่ดีส่วนในปัจจุบันนั้น ระบบนิเวศ ทางโภชนาการเปลี่ยนไปอย่างมากมายอาหารแปรรูปอาหารปรุงซ้ำ สิ่งที่เป็นสารพิษสารเคมีก็มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตในเชิงพาณิชย์ซึ่งต้องเอาปริมาณเอาข้อจำกัดด้านเวลา การใช้สารพิษจึงมีมากขึ้นทั้งในกระบวนการผลิต กระบวนการวัตถุดิบ และกระบวนการปรุง กระบวนการกระจายสินค้า หากมีภูมิคุ้มกัน ทางด้านองค์ความรู้เริ่มมาตั้งแต่ครรภ์มารดา ถึงชุมชนนั้นนอกจากจะต้องมีกรอบ ในเชิงสังคมและการเอื้ออาทรกันทั้งองคาพยม จะต้องตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่มิใช่เพียงรายได้ด้านเศรษฐกิจ หากแต่ยังต้องดูโครงสร้างทั้งด้านกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่ส่วนกลางระบุผู้รับผิดชอบส่วนไหนไม่ได้เลย และอีกทั้งยังต้องเอื้อต่อเกษตรกรรายย่อย ในการส่งเสริมการผลิตที่ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตรและการปศุสัตว์ ให้นำมาใส่ใน กระบวนการของสังคมและชุมชนที่คนอาศัยเพื่อกระจายความรับผิดชอบและการตระหนักรู้ถึงพิษถัยที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในหมู่บ้านและชุมชน ในส่วนของผู้คุมและรัฐบาลเรียกว่าซอฟต์ Power นั้น หันไปดูก็ไม่มีใครเป็นหลักในความรับผิดชอบ ในเชิงอุตสาหกรรมเรามี อย. เชิงการตลาด ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร,โรงแรม,รีสอร์ท,วัด,โรงเรียน กลับไม่มีใครดูแลในเรื่องพิษภัยนั้น เห็น ตามที่มีข่าว ก็บุกจับในขณะที่ส่งผลกระทบต่อผู้ บริโภค เป็นจำนวนมากเช่น เนื้อ หมัก ฟอร์มาลีน หมูกระทะ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มิใช่เพียงแต่ พระเดชแต่ยังต้องมีพระคุณด้วยในแง่ของผู้ทำดีต้องมีดาวมีมาตรฐานมาการันตีให้และกระบวนการตรวจสอบตรวจทานก็ต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง ถามว่าหากกลไกการถ่ายโอนลงสู่ท้องถิ่นไม่สมบูรณ์ใครรับผิดชอบไหวในขณะที่การกระจุกตัวของอำนาจหน้าที่ยังคงมีอยู่ ในส่วนของผลกระทบเอง ก็มีความสำคัญไม่ใช่น้อย โรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ncd หรือโลกไม่ติดต่อ อาจเป็นวิธีคิด องค์ความรู้ ไม่ได้เท่าทันการบริโภค และอาหารปรุงรูปแบบใหม่ๆที่เข้ามาตลอดเวลา ส่วนรพ. สต ที่เป็นที่พึ่งพาของหมู่บ้านชุมชนก็ไม่ได้มีความชัดเจน ว่าจะกระจายลง สู่ท้องถิ่นหรือจะ ให้อบจ.รับผิดชอบ นอกเหนือจากกรอบ เงินงบประมาณและบทบาทหน้าที่แล้วช่องว่างอีกเยอะที่ต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ ถ้าไม่ได้ติดค้างคาสิ่งใด งานเกษตรงานปศุสัตว์จะถูกส่งเสริมอุดหนุนโดย "โครงการอาหารกลางวันโรงเรียน", ศูนย์เด็กเล็ก, และโรงพยาบาล, รพ. สต ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบและมีความปลอดภัย หากแต่วันนี้แม้แต่นมโรงเรียน อบต.ผมยังซื้อข้ามภูมิภาคต้องรอใบแจ้งจัดสรรคงต้องขอฝากไว้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง คิดว่าเราต่างรู้ปัญหาพอๆกันครับ ต่างที่ว่าติดขัด ที่ตรงไหน หรือที่ผลประโยชน์ต่างหากที่ไม่อยากพูดถึง วิถีชุมชน กลไกของท้องถิ่น ต้องสร้างระบบนิเวศ ที่ดี ที่เอื้อต่อการบริโภคอย่างปลอดภัย โภชนาการที่ถูกต้อง และที่สำคัญ ระบบอาหารและโภชนาการเท่าที่เห็น ไม่ได้ใช้ใครฟรีๆ มีผลกำไร มีรายได้ทางเศรษฐกิจต่อเนื่องในทุกเรื่องทุกประเด็นลงสู่พี่น้องประชาชน ก็ฝากท่านนักการเมืองผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายด้วยครับ 

        นอกจากทรัพยากร รอบข้างที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ยังมีวิถีชีวิต วิถีชุมชน อีกประการหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ร้อยเรียงเรื่องราว เกี่ยวกับ โภชนาการและการกินการอยู่ ซึ่งอาจมีข้อแตกต่างตามภูมิประเทศ วัตถุดิบ วัฒนธรรมการกิน ที่ผิดแผกไปบ้าง แต่ในสภาพ สังคมปัจจุบันนี้ เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง โดยเฉพาะในชนบท ต่างต้องรีบเร่ง ออกไปทำงานแต่เช้า ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีเวลาเตรียมอาหารเช้าอย่างมากก็หุงข้าวส่วนที่เหลือก็ซื้อกิน ในสังคมชนบทนั้น พ่อแม่ส่วนใหญ่ อยู่ในวัยรุ่นๆ มีบุตรธิดา ราว 2 ขวบไม่เกินนั้นส่วนใหญ่ ก็เห็นฝากศูนย์เด็กหลายคนในแต่ละปี ส่วนผู้ ผู้ปกครอง รับจ้างส่วนใหญ่ก็ห่อไปแต่ข้าวไปทำงาน ซื้อกับข้าวเอาข้างหน้าหรือไม่ก็ซื้อทั้งข้าวทั้งกับข้าว สะดวกรวดเร็วกลับจากทำงานราว 5 โมงเย็นภาระหลายอย่างรออยู่ ปรุงอาหารทำกับข้าว ก็เป็นเรื่องลำบาก สะดวกคือซื้อจากร้านค้าในชุมชนหรือตลาด คลองถม ส่วนปัจจัยต้นน้ำณ.วันนี้คนปลูกผัก ปลูกพืช ไม่ได้กินส่วนที่ตนเองนั้นปลูกส่งตลาด แต่จะแบ่งส่วนหนึ่งปลูกใว้ต่างหากปลอดสารพิษเอาไว้กินเอง ปัจจัยที่ชี้วัดหลายตัวเราเห็นภาวะความอ่อนแอของร่างกายหลายอย่าง แค่เพียงก้าวสู่ วัยกลางคน เริ่มตั้งแต่เบาหวานความดัน ตับมะเร็งตามมาเป็นชุด ส่วนผู้สูงอายุนั้นก็ตายก่อนวัยซะส่วนมากหลังจากที่ผ่านพ้นโควิดมาบางส่วนก็นอนเป็นผักติดเตียง  ในขณะที่บุคลากรนักโภชนาการที่บรรจุในท้องถิ่นทั่วประเทศมีเพียง 3 คนถ้าชี้ว่าโครงสร้างก็ถูก ชี้ว่าการศึกษาก็ถูกอีก ผมถามว่ามีเด็กจบป.ตรี ถ้าไม่ได้เรียนสายตรง จะมีสักกี่คนที่มีพื้นฐานด้านนี้ สมัยก่อนเด็กๆรู้จักหม้อ,ไห,ถ้วย,ชาม,กะละมัง,หม้อ,กระต่ายขูดมะพร้าว เมื่อไม่นานมานี้ผมพาลูกหลานที่อยู่ในเมือง ไปดูทุ่งข้าวเขียวขจี บอกว่าข้าวที่อยู่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้าก็คือทุ่งข้าวนี่แหละ ปรากฏว่าเขาไม่เชื่อหัวเราะใส่ผมพื้นฐานก็ไม่มี วิถีชีวิตเปลี่ยนไปอย่างมากมายเมื่อก่อนพ่อแม่ทำกับข้าวอยู่ในครัว ลูกก็ล้างจานหุงข้าว วันหนึ่งผมอยากกินน้ำพริกกะปิ ก็งงตัวเองว่าทำไมทำได้ทำเป็นและอร่อยด้วย มันคือความซึมซับ ถ้าภาครัฐจริงใจก็ควรแก้ไขปัญหา ตั้งแต่กรอบอำนาจถ่ายโอน กรอบโครงสร้างทั้งระบบ และหลักสูตรการศึกษา ไม่ใช่จะซื้อนมแต่ละที มีคนขายไม่กี่เจ้า ต้องรอ ก่อนใบแจ้งจัดสรรในขณะที่เกษตรกรเลี้ยงวัวเยอะแยะ ทำไมไม่สร้าง จุดรับนมซัก 4 มุมเมืองในแต่ละจังหวัด

      ณ. วันนี้ยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายด้านซอฟพาวเวอร์ที่สำคัญของรัฐบาลคงต้องมีการถกเถียงการหารือและขับเคลื่อนในทุกหน่วยงานเพื่อสร้างระบบ โครงสร้าง และระบบนิเวศ ด้านอาหารและโภชนาการอย่างจริงจัง สร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชนทั้งหลักสูตรการศึกษา บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็เป็นผลดีต่อทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว, ระบบเศรษฐกิจฐานราก ในการหาเบ็ดให้ตกปลา ดีกว่าแก้ปัญหาแบบกำปั้นทุบดิน แจกเงินดิจิตอลคนละหมื่นบาท คงต้องตอบหลายปัญหาในรุ่นเรา เพื่อไม่ให้ค้างคาใจ ก่อนลงไปสู่เชิงตะกอนแบบไม่เป็นสุข..


    

                                                                      สมชาย นามขยัน


การพัฒนากลไกชุมชนและท้องถิ่นเพื่อสร้างระบบอาหารและโภชนาการต่อ

 การพัฒนากลไกชุมชนและท้องถิ่นเพื่อสร้างระบบอาหารและโภชนาการต่อ

การสร้างเด็กลำนางรองเติบโตสมวัย มีสุข 


โดย

นายสันติ นาวีสัมพันธ์

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำนางรอง  อำเภอโนนดินแดง  จังหวัดบุรีรัมย์

*****


ตำบลลำนางรอง เป็นตำบลขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 70 ตารางกิโลเมตร มี 15 หมู่บ้าน 3,330 ครัวเรือน มีประชากรมากกว่า 10,000 คน มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 7 แห่ง โรงเรียนประถมศึกษาและขยายโอกาสทางการศึกษารวม 6 แห่ง ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ 120 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนประเทศกัมพูชา 23 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มสลับเนินเขา มีแหล่งน้ำเกลือบทุกหมู่บ้าน มีปัญหาขาดแคลนในฤดูแล้ง ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร แม้ว่าจะมีทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้ออำนวย แต่ก็ยังประสบปัญหาความยากไร้  องค์การบริหารตำบลลำนางรอง ได้ดำเนินงานด้านอาหารและโภชนาการอย่างจริงจัง โดยมีสภาอาหารและโภชนาการระดับตำบล และสภาอาหารระดับชุมชนเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานระบบอาหารของตำบลนางนางรอง มีเป้าหมายร่วมกัน คือ “ประชาชนทุกชุมชนของตำบลลำนางรอง สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบอาหารที่ปลอดภัย บริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ เน้นสร้างเศรษฐกิจชุมชน”

อบต. ลำนางรอง ให้ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงได้นำรูปแบบของสภามาใช้ในการขับเคลื่อนงานด้านอาหารและโภชนาการ โดยให้แต่ละหมู่บ้านเลือกตัวแทนเข้ามาเป็นคณะกรรมการสภาฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกในชุมชน  สภาอาหารและโภชนาการตำบล มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอโครงการและความต้องการของแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งมีบริบทและความแตกต่างกัน แม้แต่พืชที่ปลูกก็ไม่เหมือนกัน รวมถึงข้อมูลปัญหาในชุมชน เช่น จำนวนผู้ป่วยติดเตียง ฯ  ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์ในการวางแผนพัฒนา จากนั้นจะมีการจัดทำแผนพัฒนาร่วมกับชุมชน

การดำเนินงานด้านอาหารและโภชนาการของ อบต.ลำนางรอง ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การแปรรูป การกระจายสินค้า ไปจนถึงการบริโภค แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ 

ต้นน้ำ  มุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน องค์ความรู้ และการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ได้แก่ การสนับสนุนกองทุนเศรษฐกิจชุมชน เช่น กลุ่มเลี้ยงสุกร กลุ่มปลูกเห็ด กลุ่มปลูกผัก กลุ่มเสาวรสแปรรูป  การส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ โดยให้ทุกหมู่บ้านปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อส่งให้ศูนย์กระจายสินค้า มีโครงการ “ถนนสีเขียว พืชผักปลอดสารพิษ”  มีการอบรม GAP (Good Agricultural Practices) ร่วมกับเกษตรอำเภอ การอบรมการทำปุ๋ยอินทรีย์ และการอบรมผู้ประกอบการอาหารปลอดภัย

กลางน้ำ  เพ่อบริหารจัดการวัตถุดิบโดยมีการจัดตั้ง ศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการจัดตั้ง ครัวกลางแก้มใส ซึ่งครัวกลางแก้มใสเป็นศูนย์กลางในการจัดทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 7 แห่ง และยังได้จัดอาหารเช้าให้กับเด็กชั้นอนุบาลของโรงเรียนประถมศึกษาอีก 6 แห่งด้วยงบของ อบต. การจัดตั้งครัวกลางเพื่อลดปัญหาการจัดการของแต่ละศูนย์ซึ่งเป็นศูนย์ขนาดเล็ก การควบคุมคุณภาพยังทำได้ไม่ดี รวมถึงเสี่ยงด้านสุขาภิบาลอาหารและความปลอดภัยในอาหาร และมีการใช้เมนูที่หลากหลาย การจัดการครัวกลางเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว มีการจัดทำชุดเมนูหมุนเวียนให้ได้มาตรฐานโภชนาการด้วยโปรแกรม Thai School Lunch มีการใช้ผลผลิตจากชุมชน มีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดโดยเจ้าหน้าที่ อบต. พัฒนาด้านสุขาภิบาลอาหาร เช่น วัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสม ระบบขยะเปียก และบ่อดักไขมัน ส่วนศูนย์กระจายสินค้า มีการรวบรวมข้อมูลผลผลิตจากชุมชน ทำหน้าที่เชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรสู่ครัวกลาง โรงเรียนและตลาด โดยบริหารจัดการในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน

ปลายน้ำ  มุ่งเน้นการตลาด และการบริโภคในชุมชน  มีจัดการบรรจุและจัดส่งอาหารไปยัง ศพด. ทั้ง 7 แห่งอย่างสะอาดและปลอดภัย รวมถึงการตักและบริการให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก  ส่วนตลาดสีเขียวเป็นการจัดให้ให้มีตลาดสำหรับจำหน่ายผักและผลผลิตปลอดภัยและเกษตรอิทรีย์ เป็นการเปิดช่องทางจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูก เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 

อบต.ลำนางรอง ได้เผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการดำเนินงาน แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยแนวทางที่สร้างสรรค์และยั่งยืน ดังนี้ ปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย โดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ประชาชน  ปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งทุน อบต.ลำนางรอง มีกองทุนหมุนเวียนที่ไม่มีดอกเบี้ย (กองทุนหมู่บ้าน มิยาซาวา)  แต่ประชาชนไม่มากู้ยืม เพราะขาดความรู้และความเข้าใจ จึงต้องมีการสื่อสารและให้ข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุน  ปัญหาการจัดการข้อมูลภาวะโภชนาการในเรื่องอุปกรณ์ชั่งวัดไม่ได้มาตรฐาน อบต.ลำนางรอง ได้จัดซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงแบบดิจิทัลที่มีมาตรฐาน และอบรมครูพี่เลี้ยงให้มีทักษะในการใช้งาน 

ผลจากการดำเนินงานของครัวกลาง ที่จัดบริการอาหารเช้าและอาหารกลางวัน จากการจัดการในการเฝ้าระวังภาวะโภชนาการของเด็ดปฐมวัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กลำนางรองทั้ง 7 แห่ง พบว่า สถานการณ์ ภาวะโภชนาการสูงดีสมส่วน เตี้ย ผอม เริ่มอ้วนและอ้วน เปลี่ยนนแปลงที่ดี ต่ำกว่าเกณฑ์เป้าหมายของกรมอนามัย  โดยเฉพาะมีสัดส่วนของเด็กสูงดีสมส่วนสูงกว่า และะมีสัดส่วนของเด็กเตี้ยและเด็กผอมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัดบุรีรัมย์ ดังแสดงในตารางข้างล่างนี้

ตาราง เปรียบเทียบภาวะโภชนาการเด็กเล็ก (กันยายน-ธันวาคม 2567)

ภาวะโภชนาการเกณฑ์เป้าหมายกรมอนามัย

ศพด.ลำนางรอง* (อบต.ลำนางรอง) จังหวัดบุรีรัมย์**

(รายงานระบบ HDC)

สูงดีสมส่วนไม่น้อยกว่า 66% 73.4% 58.7%

เตี้ย ไม่เกิน                    9% 1.3% 13.2%

ผอม ไม่เกิน                    5% 1.3% 4.7%

เริ่มอ้วนและอ้วนไม่เกิน.  8% 8.9% 6.7%

* ข้อมูล อบต. แปรผลด้วยโปรแกรม KidDiary ของเน็ตเทค     **ข้อมูลจากระบบรายงาน HDC กรมอนามัย ไตรมาส ตค.- ธค. 67



อบต.ลำนางรอง ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานด้านอาหารและโภชนาการอย่างโดดเด่น โดยมีปัจจัยความสำเร็จดังนี้ การมีส่วนร่วมของชุมชน การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินงาน ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและร่วมมือกันอย่างเต็มที่  การบูรณาการ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้ง อบต.  รพ.สต.  สปสช. พัฒนาชุมชน และภาควิชาการ ทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ อบต.ลำนางรอง มีการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงาน  การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อบต.ลำนางรอง มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และองค์ความรู้ โดยมีการศึกษาดูงานและอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะ  การแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ อบต.ลำนางรอง สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้แนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

แต่อย่างไรก็ตาม อบต.ลำนางรอง ยังมีประเด็นท้าทายที่ต้องพัฒนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืนดังนี้  การสร้างกลไกที่เอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงงบประมาณ ระเบียบ และโครงสร้าง  การพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เป็นของตนเอง สามารถนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อใช้ในการวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง การมีอัตรากำลังที่เพียงพอและมีความรู้ความสามารถในการดูแลงานด้านอาหารและโภชนาการในชุมชน  และการมีพี่เลี้ยง(Coach) /ที่ปรึกษา (Counselor) จากภาครัฐในพื้นที่ ภาควิชาการหรือสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คำแนะนำและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างถูกทิศทาง

*****

  


วิถีชุมชน สิ่งที่ขาดหายระหว่างทาง ของสังคมไทย

       สภาพของชุมชนในปัจจุบัน โดยเฉพาะในชนบทเรานั้น มักจะพบว่าวิถีชีวิตและความเป็นอยู่เปลี่ยนไปอย่างมากมาย บ้านช่อง ตรอก,ซอก,ซอยมีฝุ่น ขยะ ไม่น่าวิ่งเล่น ไม่น่านั่ง รกร้างปล่อยให้คนแก่อยู่บ้านกับลูกหลานซะส่วนใหญ่ การดำรงอยู่ของชาวบ้านก็ยากไร้ หาได้ไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องออกไปหางานทำไกลบ้าน ส่วนที่อยู่ทำไร่ทำนาก็เหลือน้อยเต็มทน จนจะหาจ้างวานกันไม่ได้ถูกๆแล้ว วิถีชีวิต และวิถีชุมชนดังเช่นในอดีตนั้นหาได้น้อยเต็มที
     สังคมไทยในห้วงที่ผ่านมากำลังพยายามเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรม สู่สังคมแบบทุนนิยมหรือสังคมแบบเน้นการบริโภคเป็นหลักภายใต้กติกาบ้านเมืองที่ยังขัดแย้งและแย่งชิงผลประโยชน์ภายใต้ช่องว่างและการเปลี่ยนผ่านกติการัฐธรรมนูญ งบประมาณถูกใช้อย่างสิ้นเปลืองและฉาบฉวย ส่งผลให้ประชาชนระดับรากหญ้าทั้งหลายคุ้นชินกับสภาพการเรียกร้อง และการรอรับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐตลอด สภาพจึงไม่ต่างจากการเลี้ยงลูกผิดวิธีตามใจลูกจนเสียคน สังคมเต็มไปด้วยความออ่นแอ ผู้คนจ้องหาแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า 
      แม้ว่าสังคมไทยจะมีรากเห้งาทางวัฒนธรรม และประเพณีที่ลึกซึ้ง แข็งแรง มีภูมิต้านทานทางสังคมที่เพียงพอที่สามารถผ่านวิกฤติทางเศษรฐกิจในหลายครั้งที่ผ่านมาได้ โดยที่ปัญหาเชิงสังคมเช่นความขัดแย้ง อาญชญากรรม ฯลฯ ยังอยู่ในขั้นเอาอยู่ไม่ถึงขั้นล้มเหลวเหมือนชาติตะวันตก หรือแม้แต่ชาติอุตสาหกรรมในเอเชียหลายประเทศ แต่สิ่งเหล่านึ้ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าปัญหาเชิงสังคมดังกล่าวนับวันยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ดูได้จากปัญหาต่างๆ เช่น การฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้า การอย่าร้าง ลูกหลานติดยาเสพติด ยกพวกตีกัน การฉ่อโกง ฯลฯ
      ที่เป็นเช่นนี้เพราะสังคมไทย เป็นสังคมเกษตรกรรมโดยพื้นฐาน มีกรอบทางประเพณี และวัฒนธรรมที่เข้มแข็งเป็นภูมิคุ้มกัน แต่สิ่งเหล่านี้กลับขาดหายไป คนไทยแต่ดั้งเดิมมาไม่ใช่นักธุรกิจ จึงขาดความรู้และเท่าทันในสิ่งยั่วยุให้ก่อหนี้ แม้แต่นโยบายรัฐเช่น รถยนต์คันแรก หรือ แม้แต่บัตรเครดิตชาวนา ซึ่งเป็นลักษณะของการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเป็นหลักแบบโลกเสรีทุนนิยม โดยสังคมและปัจจัยรอบข้างมิได้เอื่อให้เท่าทัน หรือพึงพาตนเองเป็นหลักเลย ปัญหาจึงแยกเป็นสองเรื่องหลักๆคือ ปัญหาด้านความรู้หรือการศึกษา และปัญหาด้านโครงสร้างรายได้ เนื่องจากเกษตรกรเป็นอาชีพที่เป็นปัจจัยต้นน้ำหรือผลิตวัตถุดิบ ก็ย่อมมีราคาต่ำและรายได้น้อยโดยธรรมชาติ แม้บางรายจะพยายามผลิตให้เยอะๆ จนประเทศไทยได้ขึ้นชื่อว่าเบอร์หนึ่งส่งออกข้าว และเบอร์สองด้านยางพารา ในตลาดโลกก็ตาม ก็มิได้ทำให้ฐานะและความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่เป็นคนกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของประเทศมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเลย
      หากพิจารณาจากจุดแข็งของประเทศแล้ว แนวพระราชดำรัส"เศรษฐกิจพอเพียง" จึงจะนับว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก ในการที่จะทำให้เท่าทันตนเท่าทันสังคม พึ่งพาตนเองพอประมาณไม่มาก หรือน้อยไป ไม่ต้องทั้งหมดบางส่วนก็ยังดี ซึ่งจะนำไปสู่ 
 "วีถีชีวิตและวิธีคิด" ในบทบาทของความเป็นไทอย่างแท้จริง ท่ามกลางกระแสบริโภคนิยม หรือทุนนิยมอย่างในปัจจุบัน ชีวิตและวีถีไทยโดยแท้แล้วมิได้เร่งรีบ หรือร้อนรนดังเช่นทุกวันนี้ดอก เพราะไม่มีเหตุที่เกิดจากการบริโภคเกินตัว ไม่ว่าจะเป็นผ่อนรถยนต์คันแรก หนี้บัตรเครดิต หนี้เงินกู้และดอกเบี้ย ฯลฯ. ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้จารีตประเพณีหลายอย่างทำไปแบบเสียมิได้ ขับเคลื่อนด้วยงบประมาณท้องถิ่นโดยสิ้นเปลือง มิได้เกิดจากความสุข จากหลักคิดและการร่วมแรงร่วมใจกันโดยธรรมชาติ และเมื่อวัดคือโครงสร้างหลักเป็นศูนย์กลางของสังคมไทยมาตลอด กลายเป็นพุทธพานิชไปโดยปริยาย เพราะปัจจุบันผู้คนต่างกอบโกยเอาบุญอย่างหิวกระหาย และให้ทันอกทันใจด้วยเงินซึ่งกลายเป็นความเคยชินไปซะแล้ว ในระดับครอบครัวและชุมชน บ้านใกลเรือนเคียงแต่เดิมมา ต่างนับญาติ เป็นลูกเต่าเหล่าหลาน เป็นน้า เป็นอา เป็นลุง เป็นป้ากันทั้งชุมชน จึงทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ไม่มีเหตุการข่มขืน ปัญหาอาจชญากรรม เช่นทุกวันนี้ เมื่อไป
ใหนก็ไม่เป็นสุข ขยับไปใหนก็เสียเงินเป็นหลัก ขับรถช้าปาดหน้ากันก็ควักปืนมายิง ต้องทำงานหนักปล่อยลูกเผชิญโลกกว้างในยุคที่แม้แต่พอแม่ยังไม่เข้าใจ ไม่เท่าทัน แล้วสองมือน้อยของลูก จะมีสิ่งใดได้ยึดเกาะ หรือแม้จะสำนึกระลึกถึงด้วยไม้เรียว
                                                สมชาย  นามขยัน

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

บทความจากท้องถิ่น- เมื่อผมเป็นนายก ตอนที่ 1 บทนำ

บทนำ

     จากความมุ่งมั่นเล็กๆ ราวปลายปี 2552 กลายเป็นกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในนาม “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการทุมเทและเสียสละ จนกระทั่งทำให้ได้รับเลือกเข้ามาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นครั้งแรก และนำพากลุ่มสมาชิกฯ เข้า ๒๑ เสียงด้วยปณิธานที่ว่า “เอาทุกข์อยาก และความลำบากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นที่ตั้ง” ซึ่งถือได้ว่าเกิดการพลิกผันด้วยคะแนนท่วมท้น ด้วยเพราะเกิดและเติบโตจากที่นี่ทุกก้าวย่าง ทุกหมู่บ้าน ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยก็ว่าได้จึงทำให้รู้รสชาติของทุกข์อยากและความลำบากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งตั้งใจมั่นที่จะนำองค์ความรู้เท่าที่มีเข้ารับใช้และแก้ปัญหาต่างๆที่มีอยู่อย่างมากมายในเวลานั้น
    แต่มันไม่ได้เป็นไปได้โดยง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเรานั้น เป็นองค์กรเกิดใหม่ไม่เหมือนส่วนราชการอื่นๆ เริ่มมาจากสภาตำบลโดย กลุ่มกำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,ปลัดอำเภอ โดยตำแหน่งเป็นสภาตำบล ข้าราชการส่วนใหญ่ของอบต.บรรจุใหม่เกือบทั้งหมด แม้ว่าภายหลังจะได้รับการยกฐานะเป็น องการบริหารส่วนตำบลหรืออบต.แล้วก็ตาม แต่ปัญหาต่างๆในด้านระบบงานที่ไม่แข็งพอ, ความรู้ความเข้าใจ, วินัยการเงินการคลังที่หละหลวม ที่สำคัญคือวิธีคิด และการประพฤติปฏิบัติที่ผิดๆ ทำให้เกิดปัญหาทับทม  ในด้านการเมืองก้าวก่ายหน้าที่ข้าราชการประจำ, แต่ละส่วนนั้นไม่ทำบทบาทหน้าที่ของตน, อาศัยอำนาจดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เช่นการนำชาวบ้านรุกป่า, ปักบันแบ่งแยกโดยวิสาสะ, การนำชาวบ้านไปในทางที่ผิด, การสื่อสารกับชาวบ้านไม่ตรงข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่ใส่ใจในแนวนโยบายแห่งรัฐ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้สังคมหมู่บ้านและชุมชนโดยรวมแตกแยก, ขาดความสามัคคี ผู้ที่พอรู้หรือเข้าใจได้ก็สับสน ในด้านของความเป็นอยู่นั้นก็มีปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าของชาวบ้าน การทำบ้านขาย(บ้านแดดเดียว) ความคุ้นเคยส่วนใหญ่อยู่กับการได้รับเงินทอง, สิ่งของ, การช่วยเหลือภาครัฐ โดยขาดแรงกระตุ้นในการดูแลและช่วยตนเองก่อน สิ่งต่างๆเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอย่างมากมายกว่าที่หลายคนคิด เช่นลูกหลานท้องก่อนวัยอันควร, เรียนไม่จบ, ติดยาเสพติด อันเนื่องมาจากผู้ปกครองไม่มีเวลามาดูแลเลี้ยงดูลูกหลาน เพราะต้องไปเฝ้าป่าเพื่อเอาที่ทาง, ต้องเข้าดงตัดไม้ครั้งละหลายๆวัน บ้านช่องผู้คนก็เริ่มรกร้าง สกปรก ขาดการใส่ใจ ผู้คนก็ห่างหายขาดความร่วมมือทั้งในด้านงานของชุมชน และงานบุญฯต่างๆ สิ่งเหล่านี้ยังเป็นช่องว่างที่ทำให้การเมืองเข้าแทรกได้อีกด้วย จึงเป็นที่มาของนโยบายที่สำคัญคือ "ลำนางรองโมเดล" เพื่อประสานทุกหน่วยงานในพื้นที่ให้โฟกัสมาเพื่อการแก้ปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วงซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเป็นอย่างดี
     ในช่วงที่ผ่านมากระผม และคณะผู้บริหารรวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ก็ได้ทุ่มเทมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก โดยด้านนโยบายแล้วก็ได้ให้ความสำคัญกับงบประมาณทางด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ด้านสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อย่างเป็นพิเศษ โดยดูได้จากงบประมาณในแต่ละปีที่เน้นสิ่งเหล่านี้มากกว่างบประมาณเพื่อการลงทุน นอกจากนี้ยังได้ผลักดันให้มีการจัดการเทศน์มหาชาติระดับตำบลขึ้นเพื่อสร้างความสามัคคีของผู้คน สร้างกองทุนสงเคราะห์พระสงฆ์, กองทุนสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสฯ, กองทุนสัจจะวันละบาท, การสร้างกลุ่มชมรมผู้สูงอายุที่เป็นหลักของสังคมให้เป็นผู้นำในงานต่างๆของชุมชน การดูแลชีวิตและความเป็นอยู่โดยการจัดตั้งกองทุน “ฌาปณะกิจสงเคราะห์”ระดับตำบลขึ้น ส่วนหมู่บ้านและชุมชนนั้นก็ได้เน้นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริโดยโครงการ “ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง” และการนำการทำความสะอาดหมู่บ้าน,ชุมชน การช่วยกันดูแลบ้านช่องด้วยโครงการ Big cleaning day  ในทุกหมู่บ้านชุมชน
     ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างของตำบลบ้านเราคือ ที่ผ่านมาขาดการดูแลด้านงบประมาณอย่างเพียงพอจากภาครัฐ ซึ่งแม้แต่การถ่ายโอนภาระกิจต่างๆลงสู่ท้องถิ่นก็เป็นไปอย่างติดๆขัดๆ ซึ่งขัดแย้งกับจำนวนประชากร และขนาดพื้นที่ๆใหญ่โตของตำบลซึ่งใหญ่กว่าบางอำเภอในประเทศไทย ทางฝ่ายบริหารทราบดีเป็นอย่างยิ่งจึงได้ให้ความสำคัญกับแนวทางการประสานงบประมาณด้านการลงทุนต่างๆ โดยเน้นย้ำตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ ๓ปี การรับลูกนโยบายแห่งรัฐ เช่น นโยบายด้านยาเสพติดการประสานงบประมาณด้านลานกีฬา, นโยบายด้านความสมานฉันท์การปกป้องสถาบัน(อสป.) และในด้านต่างๆเช่นกรณีการเกิดภัยธรรมชาติต่างๆ เช่นภัยแล้ง, วาตภัย, อุทกภัย โดยได้รับงบประมาณในด้านเหล่านี้มาพอสมควรซึ่งก็ได้แบ่งเบาภาระของงบประมาณท้องถิ่นได้อย่างมาก เช่นการซ่อมแซมฝายน้ำล้นขนาดกลางของหมู่บ้าน, การซ่อมแซมบล็อกคอนเวิร์ดข้ามถนนที่ชำรุดจากอุทกภัย, การขุดลอกคูคลองต่างๆ, การซ่อมแซมถนนลูกรัง, ท่อข้ามที่ถูกตัดขาดต่างๆ
        ท้ายนี้ด้วยปณิธานที่มุ่งมั่น ด้วยสำนึกต่อทุกเม็ดคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชน ที่ได้เลือกให้พวกเราได้เข้ามารับใช้ กระผมทั้งกลุ่มทีมงาน และฝ่ายบริหารต้องขอขอบคุณทุกท่านทุกฝ่าย แม้ว่าธรรมชาติของการเมืองท้องถิ่นกับวิถีชีวิตและความเป็นจริงจะไม่ได้ไปในแนวเดียวกันก็ตาม แต่นี่ก็คือสัจจธรรมที่ดำเนินอยู่และจะเป็นไปตราบที่เราเรียกมันว่า"การเมือง"ที่มิได้เอา"ทุกข์ยากและความลำบากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง" กราบขอบพระคุณครับ.
                                  
                                                                                13 มิถุนายน 2554              
                                                                  สมชาย   นามขยัน